
The 1 Insight เผยพฤติกรรมคนรุ่นใหม่วัย 18-35 ปี หรือกลุ่ม Young Consumers ซึ่งประกอบด้วยกลุ่ม Millennials และ Gen Z เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดสินค้า Accessible Luxury ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดใช้จ่ายสูงกว่าหมวดสินค้า Luxury ถึง 3 เท่า ส่งให้ภาพรวมตลาด Luxury ยังคงทรงตัว พร้อมให้นิยาม “ลักชัวรี” ในแบบใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้าราคาสูงหรือแบรนด์ระดับตำนาน แต่ต้องสะท้อนตัวตน และให้คุณค่ากับคุณภาพสินค้าในเวลาเดียวกัน ส่งผลบวกต่อแบรนด์สินค้ารุ่นใหม่จากเกาหลี ไทย จีน และยุโรปที่เน้นคุณภาพสมดุลกับราคา ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด
จากข้อมูลล่าสุด พบว่าผู้บริโภควัย 18-35 ปี คิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของกำลังซื้อทั่วโลก ส่งผลให้กลุ่มนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของทั้งเศรษฐกิจ การค้าปลีก และเทรนด์การใช้จ่ายในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ตลาด Accessible Luxury ซึ่งครอบคลุมทั้งสินค้าแฟชั่นและบิวตี้ กลายเป็นเซกเมนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดลักชัวรี ในขณะนี้
ในแง่ของแนวคิด The 1 Insight เผยว่า ผู้บริโภครุ่นใหม่ (Young Consumers) ไม่ได้มอง “Luxury” ผ่านเพียงราคาหรือชื่อแบรนด์อีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอารมณ์ การสะท้อนตัวตน และความคุ้มค่าในระยะยาวมากขึ้น จนเกิดเป็นพฤติกรรม “Smart Indulgence” หรือการเลือกใช้จ่ายกับสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว ส่งผลให้แบรนด์ Accessible Luxury เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากกระแสของแบรนด์แฟชั่นและบิวตี้รุ่นใหม่จากเกาหลี ไทย และยุโรป ที่สามารถเติบโตและได้รับความนิยมในระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยจุดแข็งด้านคุณภาพ ดีไซน์ การสื่อสารตัวตนของแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดีย และมาในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ จนสามารถสร้างกระแสความนิยมในวงกว้าง มีผู้บริโภคต่อคิวหน้าร้าน และสินค้าหลายคอลเลกชั่นขายหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยปรากฏการณ์พฤติกรรม Smart Indulgence ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะหมวดสินค้า Accessible Luxury ในกลุ่ม Fashion ซึ่งมียอดขายเติบโตโดดเด่นในทุกกลุ่มช่วงวัย และเติบโตขึ้นหลายเท่าตัวในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดย 3 หมวดยอดนิยมสูงสุดในกลุ่ม Young Consumers ได้แก่ รองเท้า เสื้อผ้า และนาฬิกาข้อมือ
เมื่อพิจารณารายละเอียดในหมวด Accessible Luxury ในกลุ่ม Beauty ซึ่งเป็น “Luxury Entry Point” หรือจุดเริ่มต้นเข้าสู่โลกลักชัวรีของคนรุ่นใหม่ เพราะสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่จับต้องง่ายกว่าสินค้ากลุ่มแฟชั่น พบว่า ยอดขายสินค้า Accessible Luxury ในกลุ่ม Beauty ในหมู่คนรุ่นใหม่เติบโตถึง 1.5 เท่า และสูงเป็นพิเศษในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง (Makeup) เติบโตสูงถึง 2 เท่า ขณะที่ช่องทางที่ได้รับความนิยมและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้แก่ ร้านมัลติแบรนด์บิวตี้ที่รวบรวมสินค้าจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม Accessible Luxury ที่มุ่งตอบโจทย์ Young Consumers มีจำนวนผู้ใช้จ่ายผ่านช่องทางดังกล่าวเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า Accessible Luxury ในกลุ่ม Beauty ของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ มีวิธีคิดที่ยืดหยุ่นและแตกต่างกันไปในแต่ละหมวดย่อย อาทิ ในหมวดเครื่องสำอาง (Makeup) พบว่าแบรนด์ในกลุ่ม Accessible Luxury อาทิ แบรนด์จากเกาหลี รวมถึงแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะหรือมีนวัตกรรมโดดเด่น กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากความต้องการสินค้าที่มีความสนุก สดใหม่ และสะท้อนสไตล์เฉพาะตัว อย่างไรก็ดี ในหมวดสกินแคร์ (Skincare) ซึ่งพลังของแบรนด์และความน่าเชื่อถือยังคงมีอิทธิพลสูง ชื่อแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกและแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานาน จึงยังคงครองตำแหน่ง Top-of-Mind และเป็นแบรนด์ขายดีอันดับต้นๆ ของกลุ่มสินค้าดังกล่าว
The 1 Insight มองว่า การเติบโตของ Accessible Luxury ไม่ได้สะท้อนเพียงกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น แต่สะท้อนการนิยามคำว่า “Luxury” ขึ้นใหม่ของคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับตัวตน คุณค่าทางอารมณ์ และความเข้าถึงได้มากขึ้น จนทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางใหม่ของตลาดลักชัวรีทั่วโลกในปัจจุบัน


More Stories
DJI เกษตร เปิดตัวโดรน Agras T55 และ T100 ระบบแบตเตอรี่คู่ ในประเทศไทย
สั่นสะเทือนทั่วไทย !! น้ำมันเครื่อง PULZAR สร้างปรากฎการณ์ รีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์ครั้งยิ่งใหญ่
BEDGEAR เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของ “Performance Sleep” ในประเทศไทย พร้อมขยายสู่ Australia และเปิดตัว AI Sleep Fitting Experience ยกระดับอนาคตของการนอนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก