
นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Spa & Wellness Convention & Networking 2020 ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) ปี 2563 จัดโดย สสว. ว่า งานดังกล่าวเป็นงานสัมมนาพิเศษและการจัดเวทีสร้างเครือข่ายแบบ One Stop ของเครือข่ายธุรกิจสุขภาพและความงาม Health, Spa & Wellness ภายใต้แนวคิด : “Now & Never : ดิสรัปท์…ฝ่าวิกฤต ธุรกิจสปา-เวลเนส-ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันให้ธุรกิจสามารถฝ่าฟันวิกฤต”

ผอ.สสว. เผยว่า ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามเติบโตต่อเนื่องในหลายปีด้วยต้นทุนทางทรัพยากร คุณภาพมาตรฐาน แบรนด์ อิมเมจของประเทศไทย และการผลักดันไปสู่การเป็น ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub) ด้านสุขภาพและความงามในภูมิภาคนี้ เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมในเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ ความงาม คุณภาพและระบบการให้บริการอย่างครบวงจร รวมถึงการที่ประเทศไทยได้รับการยอมรับให้เป็นประเทศลำดับต้น ๆ ของโลกที่มีระบบการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขที่ดีมาก

นายวีระพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับปีนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างมากจากวิกฤติเศรษฐกิจและโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบแหล่งรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและการส่งออกของประเทศ สสว. จึงได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) ปี 2563 โดยการผนึกกำลังเครือข่าย สร้างโอกาสและทางรอดของ SME ของคลัสเตอร์ Health & Wellness อาทิ เช่น กระทรวงสาธารณสุข การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน รวมถึง ภาคเอกชน เช่น ตัวแทนการจัดซื้อจากห้างสรรพสินค้าหรือบริษัทออนไลน์ชั้นนำ โดย สสว. ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อวางแนวทางกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตของอุตสาหกรรม Health & Wellness Economy

นอกจากนี้ แนวทางการดำเนินงานของ สสว. คือ มีการพัฒนาภายใต้แนวทาง สสว. CONNEXT “เชื่อมคน เชื่อมเอสเอ็มอี เชื่อมโลก” โดยมีกรอบแนวทางในการพัฒนา ทั้ง 3 มิติ ซึ่งประกอบไปด้วย 1.การเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน 2.การเพิ่มช่องทางการตลาด โดยเชื่อมต่อทั้งช่องตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์มของ สสว. เช่น ตลาดช้อปแชท ตลาด กทบ. สสว. และตลาดมะเฟือง การส่งเสริมตลาดออฟไลน์ เช่น การจัดงานแสดงสินค้า และการทดสอบตลาด และการจับคู่เจรจาธุรกิจ และ 3. การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ประกอบการ SME ซึ่งจากกรอบแนวทางการพัฒนานี้เองที่ สสว. จะส่งเสริมผู้ประกอบการในกลุ่ม Strong/Regular ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level)

“ประเทศไทยต้องพึ่งพาเศรษฐกิจหมุนเวียนจากภายในประเทศ ผู้ประกอบการต้องตั้งหลัก หากระแสเงินสด ปรับกลยุทธ์ธุรกิจและพร้อมรุกตลาดให้ไวเมื่อวิกฤตได้คลี่คลาย เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันได้ทันท่วงที ซึ่งโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) ได้เข้าไปช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริการ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ รวมทั้งได้รับการต่อยอดจากการสนับสนุนงบประมาณในการตรวจรับรองมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับของสากล ซึ่งคาดว่า การเข้าไปพัฒนาดังกล่าวจะสร้างรายได้หรือยอดขายเพิ่มขึ้นคิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท” นายวีระพงศ์ กล่าวในที่สุดhttps://www.klook.com/th/promo/th-spa








More Stories
เยือนอาณาจักร“เสียวหมี่”ที่อู่ฮั่น ชมกระบวนการผลิตแห่งอนาคต
Flash Express ได้รับคัดเลือกเป็น Finalist ในรางวัล LinkedIn Talent Awards 2025สาขา “Best Employer Brand on LinkedIn”
ญี่ปุ่น เลือกไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์ “New Cool Japan” NTT DOCOMO จับมือ TrueVisions ในกลุ่มทรู เปิดประตู “จักรวาลบันเทิงญี่ปุ่น” สู่ผู้ชมไทยผ่าน TrueVisions NOW เริ่ม 25 มี.ค.นี้