กรุงเทพฯ – สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลเชิงรุก ร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญในการสนับสนุนมหกรรมธุรกิจและ E-Commerce แห่งปี Thailand E-Commerce Selection Expo 2026 (TESE 2026) ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน–สากล (AITIA) ณ Hall 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ แบรนด์ ผู้ผลิต เทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และพันธมิตรทางธุรกิจจากประเทศไทย จีน และภูมิภาคเอเชีย เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าและตลาดโลก

ในการจัดงานครั้งนี้ สสว. ได้สนับสนุนและคัดสรรผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีศักยภาพจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 12 ราย เข้าร่วมออกบูธจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรทางการค้าทั้งในและต่างประเทศโดยตรง
การรวมตัวครั้งสำคัญของหลากหลายอุตสาหกรรมในงาน TESE 2026 ถูกออกแบบให้เป็น Business Ecosystem ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานทั้งผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และนักลงทุน ได้ค้นหาสินค้าใหม่ เจรจาตรงกับผู้ผลิต เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก และสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจได้ครบจบในที่เดียว

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า “สสว. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ TESE 2026 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการติดอาวุธทางปัญญาและเปิดมุมมองใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ MSME ไทย ในการยกระดับสินค้า ปรับตัวสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดย สสว. พร้อมทำหน้าที่เป็น ‘เพื่อนคู่คิด’ และสะพานเชื่อมโยงความช่วยเหลือ เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเติบโต แข่งขันได้ และยั่งยืนในตลาดสากล”

สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ สสว. มุ่งเน้นการปลดล็อกข้อจำกัดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทย ผ่านกลไกการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ โดยงาน TESE 2026 ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มทรงพลังที่รวบรวมโรงงานผู้ผลิตและซัพพลายเออร์สินค้าที่มีศักยภาพสูงจากประเทศจีนและอาเซียนโดยตรงกว่า 200 โรงงาน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ค้าและ SME ไทยสามารถเลือกสรรสินค้าคุณภาพ นำมาต่อยอดทำตลาดและค้าขายออนไลน์ได้โดยตรงแบบไม่ผ่านคนกลาง (Direct-from-Factory) ช่วยลดต้นทุน เพิ่มอัตรากำไร และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง


สสว. ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำพาผู้ประกอบการไทยก้าวข้ามทุกความท้าทาย และเติบโตอย่างมั่นคงในเศรษฐกิจยุคใหม่


More Stories
ดีป้า เผยผลสำเร็จของโครงการ OTOD #3 เดินหน้าพลิกโฉมเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture
สสว. จับมือพันธมิตรหนุนใหญ่ ‘PUB BAR ASIA 2026’ ขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยสู่เวทีเครื่องดื่มและท่องเที่ยวระดับอาเซียน
รพ.กรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้ทันตกรรมรากเทียมแห่งแรกในไทย Center of Dental Education (CoDE) เชื่อมเครือข่ายการเรียนรู้สู่ระดับโลก