14 พฤษภาคม 2567: กรุงเทพมหานคร พาไปร่วมกิจกรรม “กทม. เมืองในฝัน ฉันร่วมด้วย!” ตามนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ภายใต้แนวคิด “I’m in” การมีส่วนร่วมพัฒนากรุงเทพฯ เมืองที่น่าอยู่ไปด้วยกัน กับกิจกรรม “ไม่เทรวม” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทำให้ กทม. เป็นเมืองที่สะอาด สร้างสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่ เป็นดั่งเมืองในฝันของทุกคน พร้อมขอบคุณประชาชนและเครือข่ายที่เข้ามาร่วมมือ และทำให้ กทม. สามารถลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะไปได้ถึง 141,474,000 บาท ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โดยมี นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร ร่วมกับนางเบญญา อินทรวงศ์โชติ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย มาร่วมแถลงข่าวและให้ข้อมูล ณ ตลาดคลองเตย และ ศูนย์การเรียนรู้การคัดแยกขยะ กรุงเทพมหานคร

จากการที่กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะมากถึง 8,000 ตันต่อวัน เป็นขยะเศษอาหารกว่า 50% อีกทั้งการทิ้งขยะรวมกันโดยไม่แยกขยะก่อนนั้นทำให้เกิดมลพิษ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคต่าง ๆ และการไม่แยกขยะส่งผลเสียผลเสียมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้กทม. ต้องเสียงบประมาณในการบริหารจัดการขยะมากถึง 7 พันล้านบาทต่อปี ดังนั้นการบริหารจัดการแยกขยะ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่กทม. ต้องดำเนินการร่วมกันทั้งภาครัฐและอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนชาวกทม. รวมถึงผู้ประกอบการช่วยกันลงมือแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

โดยแหล่งกำเนิดขยะแบ่งเป็น 3 หมวดตามขนาด ได้แก่ หมวด L นำโดย ตลาด สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงแรม ศาสนสถาน เป็นต้น หมวด M นำโดย รเนอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ชุมชน เป็นต้น และหมวด S นำโดย บ้านเดี่ยว ห้องแถว เป็นต้น

ทั้งนี้ ผลการคัดแยกขยะของแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ (หมวด L) ในเดือน มี.ค. 2567 มีแหล่งกำเนิดเข้าร่วม 2,805 แห่ง สามารถแยกเศษอาหารได้ 22,140 ตัน หรือ 180 ตัน/วัน ยกตัวอย่าง ตลาดเข้าร่วม 184 แห่ง แยกเศษอาหารได้ 76 ตัน/วัน สถานศึกษาเข้าร่วม 457 แห่ง แยกเศษอาหารได้ 19.4 ตัน/วัน ห้างสรรพสินค้าเข้าร่วม 114 แห่ง แยกเศษอาหารได้ 23.3 ตัน/วัน

สำหรับเป้าหมายการคัดแยกขยะทุกประเภท ประจำปีงบประมาณ 2567 อยู่ที่ 200 ตัน/วัน ปี 2568 อยู่ที่ 500 ตัน/วัน และปี 2569 อยู่ที่ 1,000 ตัน/วัน
สำหรับในพื้นที่ตลาดคลองเตย ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการร้านค้าในตลาด พร้อมมีการกำชับเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดให้นำเศษขยะอาหาร ใบไม้ มาจัดทำปุ๋ย ส่วนขยะอื่น ๆ ให้แยกตามประเภท ส่งผลให้สำหรับในเขตคลองเตย สามารถลดค่ากำจัดขยะได้ถึงประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี

ด้วยประสิทธิภาพของการดำเนินโครงการ “ไม่เทรวม” ทำให้ปริมาณขยะลดลงเฉลี่ย 204 ตันต่อวัน สามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะเป็นเงิน 387,600 บาทต่อวัน หรือ 74,460 ตันต่อปี ลดค่าใช้จ่ายต่อปีได้ถึง 141,000,000 บาท ซึ่งสามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในประโยชน์ด้านอื่น ๆ ให้กับเมืองได้หลากหลาย และตรงตามความต้องการของคนกรุงเทพฯ ให้กรุงเทพเป็นดั่งเมืองในฝันของทุกคน

สำหรับกิจกรรม “กทม. เมืองในฝัน ฉันร่วมด้วย!” ครั้งหน้าจะพาไป I’m in ที่ไหนสามารถติดตาม และสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เพจกรุงเทพมหานคร และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของกรุงเทพมหานคร
Instagram: https://www.instagram.com/bangkok_bma
YouTube: https://youtube.com/@PRbangkok
TikTok: https://tiktok.com/@bangkok_bma
X: https://twitter.com/bangkokbma
Website: https://www.pr-bangkok.com


More Stories
VICKTEERUT แบรนด์แฟชั่นไทยระดับแถวหน้า กางแผนธุรกิจปี 2569 รุกตลาดยูนิฟอร์มและชุดแต่งงาน
“กองทุนศรีบูรพา” ประกาศยกย่อง “กิตติ สิงหาปัด” ได้รับ “รางวัลศรีบูรพา” ประจำปี 2569 ด้าน“รินศรัทธา กาญจนวตี” กวีผู้พิการทางสายตา ได้รับ “รางวัลรพีพร”
BEDO จัดประชุม “Biodiversity Credit Roadmap of Thailand” เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจ Nature Positive