
เมื่อวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2564
ธนาคารฮ่องกงและเซี้ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น หรือ HSBC Thailand ร่วมพลังจับมือกับกลุ่มอาสาสมัครเป็นพลังในการต่อสู้กับวิกฤติ COVID-19 โดยได้ร่วมบริจาคเงินเป็นจำนวนทั้งสิ้น 4.3 ล้านบาท เป็นทุนในการซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้สิ่งของจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์, เตียงผู้ป่วย ICU, เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงหน้ากากอนามัย N95 ให้กับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็นจำนวน 6 แห่ง นอกจากนี้ HSBC Thailand ยังได้ร่วมบริจาคถุงยังชีพสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ COVID- 19 ในชุมชนแออัดคลองเตย, จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม โดยแบ่งกระจายให้กับ รพ. วชิรพยาบาล จำนวน 2.3 ล้านบาท, มูลนิธิพุทธรักษา จำนวน 1 ล้านบาท, มูลนิธิสันติสุข และโครงการ Food for Fighters เป็นจำนวนแห่งละ 5 แสนบาท โดยมี CEO ของ HSBC Thailand นายเคลวิน แทน, คณะผู้บริหารพร้อมด้วยพันธมิตร ร่วมรับมอบผ่านทางการประชุมออนไลน์

ในส่วนของโครงการ Food For Fighters ที่ได้รับการสนับสนุนโดย UNDP ก่อตั้งโดยนางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร ได้นำทีมอาสาสมัครเข้าร่วมการประชุมรับมอบเงินสนับสนุน โดยจะนำเงินที่ได้ไปจัดหาอาหารและอุปกรณ์เครื่องใช้นำไปมอบแก่บุคลากรทางการแพทย์, ผู้เกี่ยวข้องกับการรักษา และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 ผู้ที่สนใจสนับสนุนแคมเปญและกิจกรรมของ FFF สามารถเยี่ยมชมได้ที่ Facebook เพจ Food For Fighters โดยผู้สนับสนุนสามารถบริจาคเงินผ่านมูลนิธิคุวานันท์ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) 109-249780-3 (แจ้ง Line @silvervoyage หากต้องการลดหย่อนภาษี) หรือ ส่งกล่องอาหารหรือสิ่งของจำเป็นที่สมาคมศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทุกวันตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 17.00 น. ในกรณีที่ท่านสามารถจัดเตรียมอาหารกล่องแต่ต้องการวัตถุดิบหลัก ทางทีมงานมีวัตถุดิบเพื่อช่วยเหลือท่าน อาสาสมัครนั้นเป็นที่ต้องการ รวมทั้ง อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการขนส่ง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook เพจ หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 089-144-6388 (K. Jan) และ 093-924-4692 (K. First) ขอขอบคุณค่ะ.



More Stories
“The Masterpiece of Indigo Armor” จากสายใยแห่งพระเมตตา สู่ “ดอนกอยโมเดล” และความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชียนเกมส์
Griffith Foods ร่วมเป็นผู้สนับสนุน KFC RUN 2026 เปลี่ยนทุกก้าววิ่งเป็นโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทย
แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ บช.น. และ บก.ทล. เดินหน้าสานต่อ “โครงการขับขี่ปลอดภัย ปีที่ 7”