October 22, 2026

www.thainewsbiz.com

ครบธุรกิจ บันเทิง ท่องเที่ยว แลไลฟ์สไตล์

รองนายกฯ-คณบดีศิริราช ชี้อนาคต AI การแพทย์ไทย บนเวที Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026

รองนายกฯ–คณบดีศิริราช ชี้อนาคต AI การแพทย์ไทย บนเวที Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ชูโจทย์ “AI ที่ลงมือทำ” ต้องเชื่อถือได้และมีผู้รับผิดชอบ ใบสมัครกว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติ  •  ผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน  •  Wello Food คว้าที่นั่ง MIT BeyondHack Accelerator

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ MIT Hacking Medicine สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา ประกาศเดินหน้าความร่วมมือ Siriraj x MIT Hacking Medicine ในระยะยาว บนเวทีการประชุมวิชาการหลัก เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โดยมี ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล Mr. Zen Chu Faculty Director ของ MIT Hacking Medicine และ Mr. Lalit Mehta Co-Director ของ MIT Hacking Medicine ร่วมประกาศ พร้อมด้วย ศ. ดร.พญ.อุไรวรรณ พานิช รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และนายธนศักดิ์ ฮุ่นตระกูล ผู้อำนวยการโครงการ Siriraj x MIT Hacking Medicine ประจำประเทศไทย ร่วมในพิธี

การประกาศครั้งนี้ปิดท้าย 5 วันของ Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ภายใต้ธีม “Agentic Healthcare: ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” (Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine) ซึ่งเริ่มจากการแข่งขัน Hackathon ระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม ณ โรงพยาบาลศิริราช ที่เปิดโจทย์ทางคลินิกด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็งให้แพทย์ วิศวกร นักวิจัย และผู้ประกอบการร่วมกันพัฒนานวัตกรรม โดยมีผู้สมัครกว่า 1,100 รายจาก 35 สัญชาติ และผู้ผ่านการคัดเลือกกว่า 200 คน ต่อด้วยเวิร์กชอป LLM-athon ในวันที่ 19 ตุลาคม ณ Knowledge Exchange Center (KX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำโดย Dr. Leo Anthony Celi จาก MIT Laboratory for Computational Physiology และ Harvard Medical School ว่าด้วยข้อจำกัดของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในบริบทที่ใช้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และการประชุมวิชาการหลักในวันที่ 20 ตุลาคม ความร่วมมือที่เริ่มต้นในปี 2567 จึงก้าวสู่ความร่วมมือระยะยาว

ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวในพิธีเปิดการประชุมว่า “ในทางการแพทย์ความฉลาดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอความแม่นยำไม่เพียงพอและประสิทธิภาพก็ไม่เพียงพอเทคโนโลยีทางการแพทย์ต้องปลอดภัยโปร่งใสตรวจสอบความรับผิดชอบได้และได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยขอให้เราร่วมกันก้าวข้ามโมเดลอัจฉริยะไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ที่ไว้วางใจได้”

การประชุมยังได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “The Next Era of Healthcare: How AI Can Empower a Healthier Society” นำเสนอมุมมองต่อบทบาทของ AI และนวัตกรรมในการยกระดับระบบสุขภาพและสร้างสังคมสุขภาวะที่ดีขึ้น

ใครรับผิดชอบ เมื่อ AI “ลงมือทำ”: มุมมองจากเวที

ประเด็นหลักของการประชุมคือ เมื่อ AI พัฒนาจากการวิเคราะห์และคาดการณ์ไปสู่การวางแผนหรือดำเนินการในกระบวนการดูแลผู้ป่วย โรงพยาบาลและผู้เกี่ยวข้องจะมั่นใจได้อย่างไรว่า AI ทำงานได้อย่างปลอดภัย ใครเป็นผู้ตรวจสอบ และใครต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย

•  Prof. Michael V. McConnell จาก Stanford ผู้นำงานวิจัย MyHeart Counts ที่มีผู้เข้าร่วม 50,000 คนผ่านสมาร์ตโฟน และเคยนำซอฟต์แวร์ AI ด้านสุขภาพผ่านการรับรองจาก FDA ระบุว่า “ระบบสุขภาพของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการป้องกันโรคแต่ออกแบบมาเพื่อการรักษาแบบเฉียบพลันเป็นหลักขณะที่โลกต้องการการป้องกันโรคในวงกว้าง”

•  Assoc. Prof. Weizhi Ma จาก Tsinghua University ผู้ร่วมสร้าง AI Agent Hospital ระบุว่า “แพทย์AI เรียนรู้จากการรักษาผู้ป่วยจำลองและทบทวนผลลัพธ์ทั้งกรณีที่สำเร็จและไม่สำเร็จล้วนช่วยพัฒนาแพทย์AI ให้ดีขึ้น” โดยหลังรักษาผู้ป่วยเสมือนด้วยประสิทธิภาพสูงกว่าแพทย์มนุษย์กว่า 100 เท่า แพทย์ AI ทำคะแนนบนชุดทดสอบ MedQA ได้แม่นยำกว่า 96% และขณะนี้แพทย์ AI เหล่านี้กำลังพัฒนาร่วมกับแพทย์อย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาลจริง

•  Dr. Leo Anthony Celi จาก MIT และ Harvard Medical School ผู้นำการพัฒนาฐานข้อมูลเปิด MIMIC ซึ่งมีผู้ใช้เกือบ 100,000 คนทั่วโลก ระบุว่า “ผมสนับสนุนAI แต่ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาAI โดยไม่มีพิมพ์เขียวที่ตั้งใจออกแบบหากประเทศไทยมุ่งวางนโยบายการแบ่งปันข้อมูลนำไปใช้จริงและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องสิ่งนี้ต้องมาก่อนAI ใดๆ”

•  วงเสวนา Fueling the Shift ว่าด้วยการลงทุนใน HealthTech ยุค AI ร่วมด้วย Dr. Rebecca Mitchell จาก Scrub Capital, Dr. Joseph Mocanu จาก Verge Healthtech Fund, Mr. Zen Chu จาก MIT Hacking Medicine และ คุณนาเดีย สุทธิกุลพานิช จาก Fuchsia Innovation Center ของเมืองไทยประกันชีวิต ดำเนินรายการโดย คุณณรัณภัสสร์ ฐิติพัทธกุล จาก Disrupt Health Impact Fund (DHIF) ชี้ว่าเมื่อ AI ทำให้การสร้างเทคโนโลยีง่ายขึ้น นักลงทุนจึงให้น้ำหนักกับผู้ก่อตั้งมากกว่าเทคโนโลยี โดย Dr. Joseph Mocanu ซึ่งพิจารณาสตาร์ทอัพมาแล้วกว่า 3,900 ราย ระบุว่า “AI ทำให้ทุกคนสร้างเทคโนโลยีได้สิ่งที่เราลงทุนวันนี้จึงเป็นผู้ก่อตั้งที่มีวิสัยทัศน์มีช่องทางเข้าถึงผู้ใช้และได้รับความไว้วางใจหลังทำงานนี้มา12 ปีผมแปลกใจตัวเองที่วันนี้มองหาความเป็นมนุษย์มากกว่าเทคโนโลยีในตัวผู้ก่อตั้ง” ขณะที่ Mr. Zen Chu เสริมว่า “ผมไม่เคยเห็นบริษัทที่มีประสิทธิผลเหนือกว่าแล้วไม่ถูกนำไปใช้ข้อดีของhealthtech คือเรามีหลักฐานจริงและgold standard” ร่วมด้วย Prof. W. Eric L. Grimson Chancellor ของ MIT, Asst. Prof. Ashley Stein-Merlob จาก UCLA ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจในผู้ป่วยมะเร็ง (Cardio-Oncology) และ Asst. Prof. Shenda Hong จาก National Institute of Health Data Science มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ผลการแข่งขัน

•  สายโรคหัวใจและหลอดเลือด: ชนะเลิศ Perfu(Vi)sion รองชนะเลิศอันดับ 1 Warfy และรองชนะเลิศอันดับ 2 Hearty

•  สายโรคมะเร็ง: ชนะเลิศ Cocoon รองชนะเลิศอันดับ 1 CANCEE และรองชนะเลิศอันดับ 2 LANA 4.0

•  รางวัลพิเศษจาก InterSystems: อันดับ 1 Heart Voice อันดับ 2 Cocoon และอันดับ 3 Airsense

•  Golden Ticket: นางสาววณิชนันท์ คงเกิดลาภ นางสาวญาดา สิริเพาประดิษฐ์ และนางสาวชัชชา ศรีวรรณวิทย์ ได้รับสิทธิ์เดินทางไปร่วม MIT Grand Hack ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 2570

•  Si x MIT BeyondHack: จากทีมศิษย์เก่าที่ยังพัฒนาผลงานต่อเนื่องซึ่งสมัครเข้าร่วม 20 ทีม ชนะเลิศ Wello Food โดยทีม Eatwellconcept รองชนะเลิศอันดับ 1 OITE:P และรองชนะเลิศอันดับ 2 Mind Odyssey

Wello Food ใช้แนวคิด “อาหารเป็นยา” มุ่งช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังเช่น โรคไต เบาหวาน หัวใจ และมะเร็ง ดูแลสุขภาพที่บ้าน ผ่านอาหารที่ออกแบบรายบุคคลโดยนักกำหนดอาหารและปรุงโดยเชฟพร้อมส่งตรงถึงบ้าน ควบคู่กับผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Dietitian) ทีมได้รับการสนับสนุนเต็มจำนวนสำหรับสมาชิกสูงสุด 3 คน เข้าร่วม MIT BeyondHack Accelerator เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ก่อนเดินทางไปนำเสนอผลงานที่บอสตันในช่วงต้นปี 2570

ตัวเลขของสัปดาห์

•  ใบสมัครเข้าร่วม Hackathon กว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติ ผู้ผ่านการคัดเลือกกว่า 200 คน

•  ผู้เข้าร่วมการประชุมวิชาการกว่า 400 คน จากกว่า 180 องค์กร ทั้งผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติ โรงพยาบาลรัฐและเอกชน และนักลงทุน

•  วิทยากรจาก MIT, Stanford, UCLA, Tsinghua และ Peking

ก้าวต่อไปในปี 2570

ด้าน Mr. Zen Chu ผู้ร่วมก่อตั้งและ Faculty Director ของ MIT Hacking Medicine ซึ่งจัด Hackathon มาแล้วกว่า 200 ครั้งใน 30 ประเทศ และก่อให้เกิดบริษัทกว่า 100 แห่ง กล่าวว่า “เฉพาะปีนี้ปีเดียวเราได้เห็นสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพพอจะได้รับการลงทุนถึง 8 ทีมมีทั้งเทคโนโลยีที่ดีโมเดลธุรกิจที่ดีและเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ป่วยและแพทย์แม้ไม่นับสตาร์ทอัพโครงการนี้ก็กำลังฝึกให้แพทย์มองเทคโนโลยีด้วยมุมมองใหม่และฝึกให้วิศวกรเข้าใจระบบสุขภาพนั่นคือความสำเร็จแล้ว”

ภายใต้ความร่วมมือระยะยาวนี้ ผู้เข้าร่วม Siriraj x MIT Hacking Medicine อย่างน้อย 6 คนในทุกปี จะได้เดินทางไปร่วมโครงการของ MIT ที่บอสตัน และตั้งแต่ปี 2570 โครงการจะต่อยอดใน 2 ด้าน

•  Asia’s First Look: การจับคู่พันธมิตรเพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์ สำหรับงานวิจัยที่พร้อมทำข้อตกลง เริ่มตั้งแต่ปี 2570

•  BeyondHack ที่กว้างขึ้น: เปิดให้ทุกคนที่มีความเชื่อมโยงกับศิริราช ทั้งคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่า และเมนเทอร์ของโครงการ เพื่อให้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันมีความพร้อมมากขึ้น

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ขอขอบคุณผู้สนับสนุนและพันธมิตร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, PNF, InterSystems, เมืองไทยประกันชีวิต, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), Thanes Group, หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (Official Media Partner), Knowledge Exchange Center (KX), Oracle, ThaiBev, BJC Big C, Disrupt Health Impact Fund, DataOne Asia, AIS, iNT, PT Energy, Oriverse, Motic และ Berlin Pharmaceutical Industries

ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง

•  สถาบันวิจัยที่สนใจนำงานวิจัยเข้าร่วม Asia’s First Look ติดต่อ thanjira@sirirajxmithackmed.com

•  องค์กรที่สนใจร่วมเป็นผู้สนับสนุนในปี 2570 ติดต่อ thanakhom@sirirajxmithackmed.com

•  รายละเอียดเพิ่มเติม www.sirirajxmithackmed.com