พาณิชย์เอาจริง! ทำลาย “สินค้าปลอม” 2 ล้านชิ้น มูลค่าทะลุ 2,000 ล้านบาท
มุ่งตัดวงจรสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ยกระดับความเชื่อมั่นประเทศคู่ค้าและนักลงทุน
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ และองค์กรพันธมิตรระหว่างประเทศ เดินหน้าทำลายของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว กว่า 2 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท มุ่งสร้างความเชื่อมั่น
ด้านการค้าไทย พร้อมปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ ดร. ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี ณ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

ดร. ปิยนุช เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองสิทธิ
ในทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ เพื่อเดินหน้าปราบปรามการละเมิดอย่างจริงจัง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งพิธีทำลาย
ของกลางฯ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา ที่จะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสภายใต้พันธกรณีในกรอบองค์การการค้าโลก (WTO) โดยของกลางในคดีที่ถึงที่สุดแล้วจะถูกนำไปทำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าละเมิดฯ หมุนเวียนกลับสู่ตลาด อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศคู่ค้า นักลงทุน และภาคธุรกิจ ว่าประเทศไทยมีกลไกในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรม


สำหรับพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้วในปีนี้ มีจำนวน
ของกลางที่นำมาทำลายรวม 2,085,705 ชิ้น (เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.45 เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีจำนวนของกลางฯ 1,528,524 ชิ้น) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,145,916,400 บาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 138.19 เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีมูลค่าความเสียหาย 900,912,800 บาท) ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการจับกุมและตรวจยึดสินค้าละเมิดฯ จากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ เครื่องแต่งกาย นาฬิกา กระเป๋า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ ยา เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยของกลางเหล่านี้จะถูกนำไปทำลาย ณ โรงงานที่มีระบบมาตรฐานจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้กระบวนการทำลายเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ดร. ปิยนุช กล่าวย้ำว่า การยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดรับกับมาตรฐานสากล จำเป็นต้องเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำงานเชิงรุกร่วมกับประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งในรายงานการจัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2569 ไทยยังคงอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL) อย่างไรก็ดี รายงานดังกล่าวได้สะท้อนถึงพัฒนาการที่เข้มแข็งของไทยในการยกระดับการปราบปรามสินค้าละเมิดฯ รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ด้านการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการค้าที่เป็นธรรม ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม IP Work Plan ซึ่งเป็นแผนงานที่จัดทำร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่มีการละเมิดสูง เพื่อลดการจำหน่ายสินค้าละเมิด คุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่โปร่งใสและดึงดูดการค้าการลงทุนเข้าสู่ประเทศ


ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอขอบคุณหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตลอดจนภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ และหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ที่ร่วมบูรณาการข้อมูล การข่าว การสืบสวนสอบสวน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิดจนนำไปสู่การจับกุมและตรวจยึดสินค้าละเมิดฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยตัดวงจรการจำหน่ายสินค้าละเมิดฯ อย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเจ้าของสิทธิแล้ว ภาคประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างยั่งยืน โดยการ “ไม่ซื้อ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทุกรูปแบบ” หากท่านใดพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702 หรือสายด่วน 1368


More Stories
ซีดีจี จุดประกาย Tech Talent ทีม ‘LUMOS’ คว้าชัยด้วยโปรเจกต์ค AI ตรวจจับไฟทางหลวงดับ ช่วย จนท. แก้ไขรวดเร็ว ปชช. ปลอดภัย ในงาน ‘CDG Hackathon 2026’ เปลี่ยนไอเดียแก้โจทย์ประเทศ
สสว. จับมือพันธมิตรหนุน SME ไทยบุกตลาดฮาลาลโลก ในงาน “World HAPEX 2026” มุ่งยกระดับนวัตกรรมและสุขภาพสู่สากล
สสว. ร่วมหนุน “มหกรรมมนต์เสน่ห์ชายแดนใต้ 2569” ณ เบตง เดินหน้าเปิดบูธให้บริการ-รับสมัคร BDS ยกระดับ SME ชายแดนใต้สู่สากล