
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงข้อเสนอโครงการและแผนงบประมาณ (รุ่นที่ 2 ) สำหรับโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ (พิการ) ปี 2564 โดยมีตัวแทนสถาบันการศึกษาสายอาชีพที่ผ่านการคัดเลือก 10 สถาบัน เข้าร่วมประชุมเพื่อปรับปรุงข้อเสนอโครงการและงบประมาณ ก่อนการจัดทำสัญญาภาคีร่วมกับ กสศ. และเตรียมความพร้อมสถานศึกษาสำหรับการเปิดภาคเรียนในปีการศึกษา 2564

น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายจากนักเรียนที่เรียนดี แต่มีฐานะยากลำบากให้มาเรียนสายอาชีวศึกษา โดยครอบคลุมกลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ (พิการ) ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ กสศ.ต้องการเข้าไปช่วยเหลือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้น ด้วยการเปลี่ยนความพิเศษเป็นพลัง

ในปีที่ผ่านมา กสศ.ได้เริ่มให้การสนับสนุนกลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ประมาณ 60 ทุน ผ่านสถาบันการศึกษาสายอาชีพ 5 แห่ง โดยในปีการศึกษา 2564 ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเป็น 130 ทุน มีสถาบันการศึกษาสายอาชีพที่เข้าร่วมโครงการ 10 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะเข้ามาช่วยค้นหากลุ่มเป้าหมาย และดำเนินการดูแลช่วยเหลือนักศึกษา ทั้งสวัสดิภาพความเป็นอยู่ การปรับหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และเตรียมพร้อมสู่การมีงานทำ

ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม หัวหน้าโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ กล่าวว่า หลังจากการประชุมครั้งนี้แต่ละวิทยาลัยจะเริ่มลงไปค้นหาเด็กแบบเชิงรุก ไม่ใช่แค่ไปหาจากพันธมิตรแต่จะต้องทำงานเชิงพื้นที่ว่าในพื้นที่มีโรงเรียนคนพิการไหม ไปทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อหาเด็กที่ตรงกับเป้าหมายคือมีผลการเรียนดี ยากจน และเป็นกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ โดยกระบวนการค้นหาจะแล้วเสร็จในเดือน เม.ย.

“การประชุมครั้งนี้เป็นการปฐมนิเทศให้สถาบันการศึกษาได้ปรับโครงการให้มีความชัดเจน มีศักยภาพที่จะทำกิจกรรมหนุนเสริมให้กับเด็ก เริ่มตั้งแต่การค้นหาเด็ก ไปจนถึงการดูแลหอพัก มีคนมาดูแลช่วยเหลือ ทั้งสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ ส่วนที่สองคือการจัดห้องเรียน เตรียมความพร้อมสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิศษ เพิ่มหลักสูตรทั้งด้านอาหาร และ การจัดการสำนักงาน ซึ่งเป็นการขยายโอกาสให้กับเด็กที่อยากเรียน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้เปิดหลักสูตร นอกจากนี้บางวิทยาลัยยังมีหลักสูตรระยะสั้น เช่น ตัดผมให้เลือกเรียนเพิ่มเติมเพื่อเสริมศักยภาพให้ตัวเอง และสร้างโอกาสเพิ่มเติม” ดร.ชนิศา กล่าว

ดร.ชนิศา กล่าวว่า อีกด้านที่สถาบันการศึกษาจะเข้าไปช่วยเหลือคือการปูทางสู่อาชีพ ซึ่งไม่ใช่แค่ทักษะอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีทักษะอื่นทั้งเรื่องการสื่อสาร การคิด การฟัง การทำงานตามกฎระเบียบ ซอฟต์สกิล โดยเฉพาะกับนักศึกษารุ่นแรกที่กำลังจะขึ้นปวส. ปี 2 ซึ่งได้ประสานกับทาง 5 สถาบันการศึกษาเขียนแผนการช่วยเหลือนักศึกษาให้จบออกไปแล้วมีงานทำทั้งระบบทวิภาคีที่ทำอยู่ไปจนถึงจัดอบรมการเขียนเรซูเม่ ซึ่งตั้งเป้าหมายว่านักศึกษาจบแล้วจะต้องมีงานทำ 100% โดยทางคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเข้ามาช่วยจัดทำเครื่องมือวัดความพร้อมสู่การทำงาน ที่ไม่ใช่แค่ทักษะวิชาการแต่ยังมีทักษะอื่น ๆ ด้วย



More Stories
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 คึกคัก นักอ่านร่วมงานกว่า 1.4 ล้านคน ยอดขายทะลุ 500 ล้านบาท สศร. ร่วมผลักดันวรรณกรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ
Lotus Mattress จัดโปรใหญ่ส่งท้ายปี! บุกงาน HomePro Expo ครั้งที่ 36 ช้อป ครบ จบ คุ้ม ในงานเดียว
Genfosis ผนึก ศิริราชจีโนมิกส์ ยกระดับพันธุกรรมไทยสู่สากล ดันไทยสู่ศูนย์กลางวิจัยการแพทย์ ดึงลงทุนโลก เพิ่มโอกาสรักษาตรงจุด