มิถุนายน 21, 2024

www.thainewsbiz.com

ครบธุรกิจ บันเทิง ท่องเที่ยว แลไลฟ์สไตล์

ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย กับงาน “Come to the real Korea, Gyeonggi” งานส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยองค์การการท่องเที่ยวคยองกี

องค์การการท่องเที่ยวคยองกี นำโดย ผู้อำนวยการ โช วอน ยอง ได้จัดงานสัมมนาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว “Come to the real Korea, Gyeonggi” ที่โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ งานนี้ถือเป็นงานสัมมนาการท่องเที่ยวของจังหวัดคยองกีในประเทศไทยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 มีกลุ่มเป้าหมายเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสื่อในท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวแบบทวิภาคี และเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เกิดความสนใจไปยังจังหวัดคยองกี เพื่อเฉลิมฉลอง “การมาเยือนร่วมกันของเกาหลี-ไทย ในปี 2023-2024”

ภายในงาน ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง องค์การการท่องเที่ยวคยองกี ร่วมกับสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ซึ่งเป็นองค์การการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีบริษัทท่องเที่ยวเป็นสมาชิกกว่า 1,000 ราย โดย MOU ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความคิดริเริ่มด้านการตลาดสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูงร่วมกับทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดคยองกี

และในวันเดียวกัน ยังมีพันธมิตรจากบริษัทไมซ์อีก 16 แห่ง จากจังหวัดคยองกี อันได้แก่ Samsung C&T Everland Resort, Korean Folk Village, Petite France & Italy Village, Wave Park, Paju DMZ Gondola, Herb Island และ Hyundai Cruise มาเข้าร่วมการจับคู่ธุรกิจแบบตัวต่อตัว กับบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ 17 แห่งในประเทศไทย อีกทั้งยังเคยจัดการประชุมกว่า 100 ครั้ง

ในระหว่างการสัมมนา ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนที่สนใจและตัวแทนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมาเข้าร่วมกว่า 100 คน นอกจากนี้ จังหวัดคยองกียังได้เปิดตัวพร้อมนำเสนอรูปแบบและสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ สำหรับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย

โดยงานนี้ได้รับความน่าสนใจเป็นอย่างมากจากกิจกรรมที่จัดขึ้นมา เช่น เกมตอบคำถามคยองกี, การสร้างเครือข่ายกับอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย และสตูดิโอถ่ายภาพที่จัดฉากหลังเป็นภาพสถานที่ที่สวยงามของจังหวัดคยองกี

คุณ คิม ดง ยอน ผู้ว่าราชการจังหวัดคยองกี ได้กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน “ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางของ Hallyu (กระแสเกาหลี) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และด้วยการฟื้นตัวของเส้นทางการบิน ทำให้มีศักยภาพในการขยายตัวมากขึ้น โดยเราคาดว่าจะมีการแลกเปลี่ยน และมีการร่วมมือกันระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมเกิดสนับสนุนให้บริษัทท่องเที่ยวจากทั้งสองประเทศ มีส่วนร่วมในการหารือกันอย่างแข็งขันต่อไปในอนาคต”

จังหวัดคยองกี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างอดีต, ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มือชื่อเสียงระดับโลกอย่างเช่น DMZ (เขตปลอดทหาร) และมีสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ซึ่งคนไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในปี 2018–2019 ก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 นักท่องเที่ยวชาวไทย ติดอยู่ในอันดับที่ 5 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมายังเกาหลี และใน 43% นั้น ได้มาเยือนยังจังหวัดคยองกี

ผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปเยือนจังหวัดคยองกี สามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด
คยองกี หรือ https://www.facebook.com/Gyeonggi.TH